วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นิยามและลักษณะของทฤษฎีทั่วไป และทฤษฎีทางการเมือง


นิยามและลักษณะของทฤษฎีทั่วไป และทฤษฎีทางการเมือง
ทฤษฎีคืออะไร

คำว่า ทฤษฎี มีคำอธิบายจากหลายแหล่งดังจะได้นำเสนอดังต่อไปนี้

1.คำอธิบาย  คำว่า theory ใน Wikipedia, the free encyclopedia
คำว่า ทฤษฎี มาจากคำภาษาอังกฤษว่า theory เป็นคำที่ได้จากศัพท์เทคนิคในวิชา ปรัชญา ในภาษากรีกโบราณ ซึ่งปัจจุบันในภาษากรีกใช้คำว่า theoria ซึ่งมีความหมายว่า “ มองดู, มองเห็น,การดู” แต่ในความหมายทางเทคนิค หมายถึง ความเข้าใจในเชิงคาดเดาหรือคาดการณ์เกี่ยวกับสิ่งธรรมชาติ เช่น ความเข้าใจของนักปรัชญาเชิงธรรมชาติ(natural philosophers) ซึ่งแตกต่างจากความเข้าใจในเชิงปฏิบัติของนักปฏิบัติ เช่น ของนักแสดงและนักศิลปะ เป็นต้น  คำว่า theory ถูกนำมาใช้อย่างน้อยในปลายคริสต์ศตวรรษที่ 16  การใช้คำว่า theory ในสมัยใหม่ก็ได้อิงคำนิยามเดิม แต่มีการดัดแปลงให้มีความหมายใหม่ว่า ทฤษฎีคือการอธิบายเชิงเหตุผลเกี่ยวกับธรรมชาติโดยทั่วไปของสิ่งต่างๆ

2.คำอธิบาย คำว่า ทฤษฎี ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒
ความเห็น; การเห็น, การเห็นด้วยใจ; ลักษณะที่คิดคาดเอาตามหลักวิชา เพื่อเสริมเหตุผลและรากฐานให้แก่ปรากฏการณ์หรือข้อมูลในภาคปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นมาอย่างมีระเบียบ

3.คำอธิบาย คำว่า theory ใน Oxford Advanced Learner’s Dictionary
ประมวลแห่งความคิดอย่างเป็นทางการที่ต้องการอธิบายว่าเพราะเหคุใดบางสิ่งบางอย่างจึงเกิดขึ้นหรือมีอยู่

4.คำอธิบาย คำว่า theory ใน Longman Dictionary of English Language and Culture with colour illustrations
การอธิบายที่ได้รับการยอมรับในเชิงให้เหตุผล หรือเชิงวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ซึ่งยังมิได้ถูกพิสูจน์ว่าเป็นความจริง

5.คำอธิบาย คำว่า theory ใน  thefreeonlinedictionary.com
1.ระบบของกฎเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติ และสมมุติฐานที่ถูกใช้เพื่อสร้างผล
2.ความรู้หรือการให้เหตุผลเชิงนามธรรม
3.ทัศนะหรือความคิดเชิงคาดเดาหรือคาดการณ์
4.สถานการณ์เชิงอุดมการณ์หรือเชิงสมมุติฐาน
5.สมมุติฐานที่เกี่ยวกับข้อถกเถียงเชิงตรรกวิทยาหรือเชิงคณิตศาสตร์ในการอธิบายหรือพยากรณ์เรื่องรายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ต่างๆ

ทฤษฎีเชิงประจักษ์และทฤษฎีเชิงปฏิฐาน

ทฤษฎีโดยรวมมี 2 แบบ คือ
1.ทฤษฎีเชิงประจักษ์(empirical theory) เป็นทฤษฎีที่มีวัตถุประสงค์เพื่ออธิบายว่าโลกทำงานได้อย่างไร
2.ทฤษฎีเชิงปฏิฐาน(normative theory) เป็นทฤษฎีที่ประเมินผลคำถามที่ว่าสังคมควรจะถูกจัดตั้งอย่างไรและประชาชนควรจะกระทำอย่างไร เป็นทฤษีที่เกี่ยวกับเรื่องของความดีหรือความยุติธรรมยิ่งกว่าเรื่องของความจริงหรือความไม่จริง

ทฤษฎีบางอย่างจะเกี่ยวข้องทั้งการอธิบายเชิงประจักษ์(empirical)และเชิงศีลธรรม(moral) ลัทธิเสรีนิยม(Liberalism) ลัทธิประโยชน์นิยม(Utilitarianism) และลัทธิมาร์กซ์ (Marxism) จัดอยู่ในลักษณะนี้

ทั้งทฤษฎีเชิงประจักษ์และทฤษฎีเชิงปฏิฐาน จะนำเสนอเรื่องราวที่เป็นระบบ(systematicity)  กล่าวคือจะพยายามที่จะเข้าใจข้อสมมุติฐานที่แตกต่างกัน(ในเชิงข้อเท็จจริงหรือเชิงปฏิฐาน)ว่ามีความสัมพันธ์ต่อกันและกันอย่างไร ความจริงของข้อสมมุติฐานบางอย่างอาจสัมพันธ์กับสิ่งอื่น หรืออาจเป็นเพียงข้อสมมุติฐานได้เท่านั้น

ทฤษฎีทางการเมือง
คำว่า ทฤษฎีทางการเมือง มีอรรถาธิบายจากแหล่งข้อมูลต่างๆดังจะได้นำเสนอดังต่อไปนี้
1.คำอธิบาย ทฤษฎีการเมือง (political theory) ใน Wikipedia, the free encyclopedia
ทฤษฎีทางการเมือง คือ ทฤษฎีทางจริยศาสตร์เกี่ยวกับกฎหมายและการปกครอง คำว่า ทฤษฎีการเมืองนี้มักจะหมายถึง ทัศนะทั่วไป หรือความเชื่อ หรือเจตคติทางจริยศาสตร์หรือทางการเมืองอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการเมือง

2. คำอธิบาย ทฤษฎีการเมือง (political theory) ใน Dictionary of the Social Science ของ Craig Calhounทฤษฎีทางการเมือง คือ การศึกษากฎเกณฑ์และระเบียบแบบแผนในทางการเมือง

3.คำอธิบาย คำอธิบาย ทฤษฎีการเมือง(political theory) ใน Merriam-Webster
1.ก.ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างมนุษย์โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับการจัดองค์การหรือรากฐานของรัฐบาล
ข.ลักษณะทั่วไปของทฤษฎีดังกล่าว
2.สาขาหนึ่งของวิชารัฐศาสตร์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความคิดของพวกนักคิดทางการเมืองในอดีตและปัจจุบัน และหลักการและข้อเสนอแนะของกระบวนการและกลุ่มทางการเมือง

4.คำอธิบาย ทฤษฎีการเมือง ใน media wiley.com
ทฤษฎีทางการเมือง คือ วิชาที่มีเป้าหมายที่จะอธิบาย ให้เหตุผล หรือวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้อำนาจในสังคม เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับดุจอำนาจระหว่างรัฐ ระหว่างกลุ่มบุคคล และระหว่างปัจเจกบุคคล

5.คำอธิบาย นักทฤษฎีการเมือง ใน colinfarrelly blogspot.com
นักทฤษฎีการเมือง (political theorists) จะเกี่ยวข้องกับปัญหาว่าควรทำอย่างไรเราถึงจะอยู่ร่วมกันได้ หน้าที่ของนักทฤษฎีทางการเมือง ก็คือ การนำความกระจ่างมาสู่แนวความคิดทางการเมืองในระดับพื้นฐาน เช่น อิสรภาพ ความเสมอภาค และความยุติธรรม ดังนั้นนักทฤษฎีทางการเมืองจึงสามารถช่วยให้เรามีเครื่องมือทางการวิเคราะห์ที่จำเป็นต่อการแยกแยะให้เห็นข้อแตกต่างระหว่างหน้าที่อันชอบธรรมของรัฐบาลและการใช้อำนาจตามอำเภอใจ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น